ประโยชน์ของ Magnesium แร่ธาตุสำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้
อัพเดทล่าสุด: 23 ธ.ค. 2025
29 ผู้เข้าชม

1. ช่วยลดอาการตะคริวและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
แมกนีเซียมมีหน้าที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ หากขาดอาจทำให้เกิดอาการตะคริว กล้ามเนื้อกระตุก หรือปวดเมื่อยบ่อย
เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่ออกกำลังกาย
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่เป็นตะคริวบ่อยตอนกลางคืน
2. ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดความเครียด
แมกนีเซียมช่วยควบคุมสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและอารมณ์ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และช่วยปรับสมดุลอารมณ์
3. ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
แมกนีเซียมมีส่วนช่วยในการทำงานของ Melatonin (ฮอร์โมนการนอนหลับ) ทำให้หลับง่าย หลับลึก และตื่นมาไม่เพลีย
เหมาะกับผู้ที่
- นอนหลับยาก
- หลับไม่สนิท
- ตื่นกลางดึกบ่อย
4. ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและความดันโลหิตแมกนีเซียมช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัว ลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูง และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว
5. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แมกนีเซียมมีบทบาทในการทำงานของอินซูลิน ช่วยให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการดูแลระดับน้ำตาลในเลือด
6. ช่วยลดอาการไมเกรน
มีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่เป็นไมเกรนมักมีระดับแมกนีเซียมต่ำ การเสริมแมกนีเซียมอาจช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้
ใครบ้างที่เสี่ยงขาด Magnesium
- ผู้ที่พักผ่อนน้อย เครียดสะสม
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก
- ผู้ป่วยเบาหวาน
แหล่งอาหารที่มี Magnesium สูง
- ถั่วอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- ผักใบเขียวเข้ม (ผักโขม คะน้า)
- กล้วย อะโวคาโด
- ธัญพืชไม่ขัดสี
- ปลาและอาหารทะเล
หากได้รับจากอาหารไม่เพียงพอ สามารถเสริมด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Magnesium ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์
สรุป
Magnesium เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยดูแลทั้ง กล้ามเนื้อ ระบบประสาท การนอนหลับ หัวใจ และระดับน้ำตาลในเลือด การได้รับแมกนีเซียมอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุลและแข็งแรงในระยะยาว
คำแนะนำ: ควรเลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการรับประทานเกินขนาดโดยไม่จำเป็น
แมกนีเซียมมีหน้าที่ควบคุมการหดและคลายตัวของกล้ามเนื้อ หากขาดอาจทำให้เกิดอาการตะคริว กล้ามเนื้อกระตุก หรือปวดเมื่อยบ่อย
เหมาะสำหรับ
- ผู้ที่ออกกำลังกาย
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่เป็นตะคริวบ่อยตอนกลางคืน
2. ช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ลดความเครียด
แมกนีเซียมช่วยควบคุมสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเครียดและอารมณ์ ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย ลดความวิตกกังวล และช่วยปรับสมดุลอารมณ์
3. ช่วยให้นอนหลับดีขึ้น
แมกนีเซียมมีส่วนช่วยในการทำงานของ Melatonin (ฮอร์โมนการนอนหลับ) ทำให้หลับง่าย หลับลึก และตื่นมาไม่เพลีย
เหมาะกับผู้ที่
- นอนหลับยาก
- หลับไม่สนิท
- ตื่นกลางดึกบ่อย
4. ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและความดันโลหิตแมกนีเซียมช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจ ช่วยให้หลอดเลือดคลายตัว ลดความเสี่ยงความดันโลหิตสูง และช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจในระยะยาว
5. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
แมกนีเซียมมีบทบาทในการทำงานของอินซูลิน ช่วยให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ได้ดีขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีภาวะเสี่ยงเบาหวาน หรือผู้ที่ต้องการดูแลระดับน้ำตาลในเลือด
6. ช่วยลดอาการไมเกรน
มีงานวิจัยพบว่า ผู้ที่เป็นไมเกรนมักมีระดับแมกนีเซียมต่ำ การเสริมแมกนีเซียมอาจช่วยลดความถี่และความรุนแรงของอาการปวดศีรษะไมเกรนได้
ใครบ้างที่เสี่ยงขาด Magnesium
- ผู้ที่พักผ่อนน้อย เครียดสะสม
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
- ผู้ที่ออกกำลังกายหนัก
- ผู้ป่วยเบาหวาน
แหล่งอาหารที่มี Magnesium สูง
- ถั่วอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์
- ผักใบเขียวเข้ม (ผักโขม คะน้า)
- กล้วย อะโวคาโด
- ธัญพืชไม่ขัดสี
- ปลาและอาหารทะเล
หากได้รับจากอาหารไม่เพียงพอ สามารถเสริมด้วย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Magnesium ภายใต้คำแนะนำของเภสัชกรหรือแพทย์
สรุป
Magnesium เป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยดูแลทั้ง กล้ามเนื้อ ระบบประสาท การนอนหลับ หัวใจ และระดับน้ำตาลในเลือด การได้รับแมกนีเซียมอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายทำงานได้อย่างสมดุลและแข็งแรงในระยะยาว
คำแนะนำ: ควรเลือกชนิดและปริมาณที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงการรับประทานเกินขนาดโดยไม่จำเป็น
บทความที่เกี่ยวข้อง


