ร้อนใน แผลในช่องปาก และอาการเจ็บคอจากไวรัส เกิดจากอะไร?

ร้อนในและแผลในช่องปากคืออะไร?
ร้อนใน หรือแผลในช่องปาก คือแผลตื้นบริเวณเยื่อบุภายในปาก มักมีลักษณะเป็นแผลสีขาวหรือเหลือง ขอบแดง พบได้บริเวณ
- กระพุ้งแก้ม
- ลิ้น
- เหงือก
- ริมฝีปากด้านใน
เมื่อเกิดแผล มักทำให้รู้สึกแสบ เจ็บเวลากินอาหารหรือพูดคุย
สาเหตุของร้อนในและแผลในช่องปาก
1. พักผ่อนน้อยและความเครียด
เมื่อร่างกายอ่อนล้า ภูมิคุ้มกันลดลง อาจทำให้เกิดแผลในช่องปากได้ง่ายขึ้น
2. การขาดวิตามิน
โดยเฉพาะวิตามินบี วิตามินซี และธาตุเหล็ก
3. การระคายเคืองในช่องปาก
เช่น การเผลอกัดกระพุ้งแก้ม การแปรงฟันแรง หรือการใส่อุปกรณ์จัดฟัน
4. การติดเชื้อไวรัส
ไวรัสบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการเจ็บคอ เจ็บแผลในปาก หรือมีแผลร่วมกับการอักเสบในช่องคอได้
อาการเจ็บคอจากไวรัสต่างจากแบคทีเรียอย่างไร?
อาการเจ็บคอจากไวรัสมักมีอาการร่วม เช่น
- ไอ
- น้ำมูก
- เสียงแหบ
- อ่อนเพลีย
- ระคายคอ
- บางรายอาจมีแผลในปากร่วมด้วย
โดยส่วนใหญ่มักสามารถหายได้เองภายในไม่กี่วัน หากดูแลร่างกายอย่างเหมาะสม
วิธีดูแลและบรรเทาอาการ
1. พักผ่อนให้เพียงพอ
ช่วยให้ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น
2. ดื่มน้ำมาก ๆ
ช่วยลดอาการคอแห้ง และเพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก
3. หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
อาหารเผ็ด เปรี้ยว หรือของทอด อาจทำให้แผลแสบมากขึ้น
4. รักษาความสะอาดในช่องปาก
แปรงฟันอย่างอ่อนโยน และบ้วนปากหลังอาหาร
5. ใช้ผลิตภัณฑ์ช่วยบรรเทาอาการ เช่น
- ยาทาแผลในช่องปาก
- น้ำยาบ้วนปาก กลั้วคอ
- วิตามินบีรวม และวิตามินซี
- ยาอมสมุนไพรช่วยเพิ่มความชุ่มคอและลดการระคายเคือง เช่น ชะเอมเทศ มะขามป้อม หรือสมุนไพรตำรับไทย อาจช่วยให้รู้สึกชุ่มคอและลดความระคายเคืองได้
ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร หากมีอาการดังต่อไปนี้
- แผลไม่หายเกิน 2 สัปดาห์
- มีไข้สูง
- กลืนลำบากมาก
- เจ็บคอรุนแรง
- มีหนองหรือแผลลุกลาม
✅สรุป
ร้อนใน แผลในช่องปาก และอาการเจ็บคอจากไวรัส เป็นอาการที่พบได้บ่อยและมักสัมพันธ์กับภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอ การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมาก ๆ และดูแลสุขภาพช่องปากอย่างเหมาะสม จะช่วยให้อาการดีขึ้นเร็วขึ้น และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้


